เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

สถานการณ์ความมั่นคงอาหารในภาคอีสาน

In Research on 18/09/2009 at 1:50 pm

บทความโดย อุบล  อยู่หว้า

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

P1000570_2

ภาคอีสานเป็นภูมิภาคสุดท้ายของประเทศที่ถูกผนวกเข้าร่วมกับเศรษฐกิจของรัฐชาติไทยชุมชนชาวอีสานเป็นชาวไร่ชาวนา มีวิถีชีวิตและกินอยู่อย่างเรียบง่าย อิงอาศัยฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ผลจากการพัฒนาในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมชุมชนภาคอีสานอย่างกว้างขวาง แบบแผนการใช้ชีวิตและการบริโภคของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ดิ้นรนกับการหาเงินหารายได้ ละทิ้งการผลิตที่หลากหลายเพื่อเลี้ยงชีพ มีการพึ่งพาอาหารจากระบบตลาดมากขึ้นจนรถเร่ขายอาหาร (รถพุ่มพวง) เป็นสัญลักษณ์ของอาหารในชุมชน ลูกหลานรุ่นใหม่ไม่สามารถจะกินอยู่ตามแบบอย่างรุ่นพ่อรุ่นแม่ได้ ทักษะและความพยายามในการเก็บหาอาหารจากธรรมชาติลดลง มีการดำรงชีพผ่านเงินตรามากขึ้น อย่างไรก็ตามขณะที่จำนวนเกษตรกรทั้งประเทศลดลงเหลือน้อยกว่า 40% จากประชากร 66.8 ล้านคน ภาคอีสานยังมีสัดส่วนสูงสุด คือ 47% ของประชากรที่อยู่ในภาคเกษตร ภาคเหนือมี 23% ภาคกลางและภาคใต้ภาคละ 15% ครัวเรือนเกษตรกรในภาคอีสานสามารถเก็บหาอาหารได้จากพื้นที่การผลิตของตนเองได้เพียง 33% (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) หากจะกล่าวถึงมูลเหตุสำคัญที่เป็นภัยคุกคามภาวะความมั่นคงอาหารของชาวอีสาน ได้ดังนี้ คือ

1. ฐานทรัพยากรถูกทำลาย มายาคติของการพัฒนา เช่น เขื่อนราศีไศล พื้นที่อ่างเก็บน้ำกว่า 1 แสนไร่ เป็นพื้นที่ที่มีผลิตภาพสูงมาก นอกจากอาหารธรรมชาติมากมายแล้วยังสามารถให้ผลผลิตข้าวสูงกว่า 1 ตันต่อไร่ ก่อนการสร้างเขื่อนมีการเลี้ยงปศุสัตว์หลายหมื่นตัวในพื้นที่นอกจากการสร้างเขื่อนแล้วฐานทรัพยากรอาหารยังถูกทำลายจากการขยายตัวของพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพาราซึ่งประมาณพื้นที่ปลูกในภาคอีสานมากกว่า 2 ล้านไร่ พื้นที่เพาะปลูกยางพาราจำนวนมากมาจากการเปิดป่าหัวไร่ปลายนาและสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นยิ่งกระตุ้นให้มีการขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง มีการเปลี่ยนพื้นที่สวนผลไม้ นาข้าว เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน การใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นในขบวนการผลิตล้วนแล้วแต่ส่งผลในการทำลายทรัพยากรอาหาร

2. ไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน ไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพยากร รวมถึงการสูญเสียที่ดินทำกิน ประชาชนจำนวนมากยังถูกตัดสินโดยกฎหมายนโยบายว่าเป็นผู้ทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานป่าสงวนแห่งชาติ พวกเขาต้องเผชิญกับภาวการณ์เป็นผู้ผิดกฎหมายในพื้นที่ทำกินของตนเอง นอกจากนี้การสูญเสียที่ดินยังเกิดขึ้นตลอดเวลาจากความล้มเหลวในการผลิตและปัญหาหนี้สิน

3. การนำเข้าอาหาร การนำเข้าผลผลิตอาหารจะส่งผลกระทบต่อการผลิตภายในประเทศเช่น พื้นที่ปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษลดลงภายหลังจากมีการตกลงการค้าเสรี ไทย-จีน อาหารนำเข้ามีบทบาทกับวิถีชีวิตคนอีสานมากขึ้น เช่น ปลาแห้ง ปลารมควันจากกัมพูชา เขียดตากแห้ง กล้วยน้ำหว้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี จากภาคใต้ของประเทศลาว อาหารนำเข้านอกจากจะมีความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีในขบวนการผลิต แล้วยังสนับสนุนให้เกิดการขนส่งโดยไม่จำเป็น

4. ความไม่ปลอดภัยในอาหาร เป็นประเด็นที่อยู่ในความวิตกกังวลของประชาชนทั่วไป จากการสำรวจของกรมอนามัยในปี 2548 ใน 15 จังหวัดพบการปนเปื้อนในอาหารสำเร็จรูปทั้งตามแผงลอยและซุปเปอร์มาร์เก็ตในปี 2550 – 2551 ถึง 44% และการตรวจพบแบททีเรีย (Colifrms E Coli) ในอาหารซึ่งสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่มีการระบาดของอหิวาฯในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องว่ามีการใช้น้ำมันที่ไม่เหมาะสมกับการนำมาบริโภค เช่น น้ำมันไก่ น้ำมันหมู รวมถึงการใช้น้ำมันทอดซ้ำในการปรุงอาหาร ระบบอาหารของชุมชนที่ใช้บริการรถพุ่มพวงและตลาดนัด ตลาดเคลื่อนที่ จะทำให้การตรวจสอบคุณภาพอาหารทำได้ยากยิ่งขึ้น

5. บทบาทของตลาดและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงช่องทางการบริโภคอาหาร คือ คนเมืองทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารถุงสำเร็จรูป ขณะที่คนชนบทพึ่งพาตลาดมากขึ้นในการซื้อหาอาหาร ขณะที่อาหารจากธรรมชาติพึ่งพิงได้น้อยลง ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ตลาดนัด ตลาดชั่วคราวมีการขยายตัวอย่างมาก ขณะที่กลไกการคุ้มครองผู้บริโภคพัฒนาบทบาทใหม่ทันกับสถานการณ์ปัญหา

การเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่ง คือ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของตลาดสด ตลาดอาหารท้องถิ่น จากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ในปี 2545 พบว่าในรัศมี 1 กิโลเมตรจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าดั้งเดิมจะมีจำนวนลดลง 15 ร้าน ปัจจุบันประชนในอำเภอศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และอาจจะมีอีกหลายเมืองในอีสาน กำลังต่อต้านห้างค้าปลีกข้ามชาติ

บทส่งท้าย

แผ่นดินอีสานเป็นแผ่นดินปิด (Land lock) เพราะไม่มีทางออกสู่ทะเลแต่นโยบายการค้าการลงทุนจะทำให้อีสานเป็นพื้นที่เปิด (Land link) ความต้องการยางพาราที่เพิ่มขึ้นในจีน ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น อาหารในโลกที่มีโอกาสจะเกิดวิกฤติ สถานการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผู้หมายปองที่จะหาประโยชน์จากแผ่นดินอีสานทั้งสิ้น ในสถานการณ์ที่การลงทุนขยายตัว แล้วจะรักษาความมั่นคงอาหารไว้ได้อย่างไร? ความมั่นคงอาหารไม่อาจแยกจากความยั่งยืนของฐานทรัพยากร รวมถึงอำนาจการจัดการของชุมชน แบบแผนการผลิตที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม ระบบอาหารประสานใจที่เป็นความสัมพันธ์ผู้ผลิตผู้บริโภค ที่จะยึดโยงกันด้วยจริยธรรมและความห่วงหาอาทรที่มีให้กัน วันนี้ชาวอีสานตำน้ำพริกด้วยพริกแห้งจากพม่า จากจีน ขณะที่คำตอบของระบบห่วงโซ่อาหารยั่งยืนอยู่ที่ขบวนการอาหารท้องถิ่นที่ประกอบด้วยผู้บริโภคที่ตระหนักในการบริโภคเพื่อสุขภาพ ความเป็นธรรมและสิ่งแวดล้อม  ผู้ผลิตทีใช้แบบแผนการผลิตที่ยั่งยืน  พันธมิตรอื่นๆที่พร้อมเข้าร่วมและให้การสนับสนุน  จินตภาพที่ดีงามเหล่านี้ได้ก่อรูปขึ้นแล้วในหลายเมืองในอีสาน  น่าจะเป็นประเด็นท้าทายที่ขบวนการเหล่านี้จะเติบโตต่อกรกับจักรวรรดินิยมอาหารได้อย่างสมศักดิ์ศรี

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: