เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

ชาวบ้านทำอินทรีย์ ราชการขนเคมีเข้าหมู่บ้าน : ขบวนการมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ

In Farmers Groups, Our Network on 10/11/2009 at 7:39 am

โดย นางสาวมาลี  สุปันตี

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ( ปี 2550- 2554)  มีวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดยโสธร ว่า “ยโสธร เมืองน่าอยู่ การเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ก้าวไกลสู่สากล” และมีประเด็นยุทธศาสตร์ หนึ่ง ใน 5 ประเด็น การพัฒนาจังหวัดยโสธร คือ   “การส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ครบวงจร  เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพ การผลิต เกษตรอินทรีย์ให้ครบวงจร”  เป็นการกำหนดแนวนโยบายที่ตรงกับการดำเนินงานของ กลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดการเกษตรอินทรีย์ สู่การทำการผลิตภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์และพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน อินทรีย์ ในเขตอำเภอกุดชุม อำเภอป่าติ้ว มาตั้งแต่ ปี 2535 และได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และสร้างมาตรฐานการผลิตที่ปลอดสารเคมีด้วยองค์กรเกษตรกร

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ อ.กุดชุมตื่นตัวกับกระแสข่าวการเข้ามาของสารเคมีในพื้นที่ อ.กุดชุม จำนวนมากถึง 41 ตัน   นายอำเภอประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรเข้าไปติดต่อรับสารเคมี ซึ่งเป็นมูลเหตุเบื้องต้นในการติดตามเรื่อง ซึ่งมีลำดับความเคลื่อนไหว ดังนี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2552            แกนนำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก 5 คน ได้ไปขอข้อมูล จากนายอดิเรก ขุนอ่อน อำเภอกุดชุม ถึงความเป็นมาของโครงการ ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าสารเคมีเป็นสารเคมี เป็นสารดูดซึมประเภทฟูราดานที่เกษตรกรได้ร้องเรียน กรณีข้าวเกิดโรคระบาดและได้ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรอำเภอ และได้มีการจัดทำ โครงการแก้ปัญหาภัยพิบัติเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดในนาข้าว  ทางเกษตรอำเภอสั่งซื้อ สารเคมี ชื่อทาร์แดนนิซิน 6G ตราพระอาทิตย์ เป็นสารดูดซึมที่สามารถกำจัดโรค ในนาข้าว แต่ เป็นสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรง  เครือข่ายเกษตรอินทรีย์มีข้อเสนอ ว่าไม่สมควรในการแจกจ่ายสารเคมีดังกล่าวลงในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ และหากจะมีการแจกจ่ายสารเคมีเป็นปริมาณมากลงไปในพื้นที่ต้องมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ก่อน

เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ตัวแทนเกษตรกร ได้ขอเข้าพบและข้อมูลเพิ่มเติมจากนายกมลสุริยา พลเยี่ยม เกษตรกรอำเภอกุดชุม ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าสารเคมีที่นำมาเก็บไว้เป็นโครงการที่เกษตรกรในท้องที่ร้องขอ   เมื่อได้รับสารเคมีจำนวนดังกล่าวมาและจะมาดำเนินแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน  ในทุกหมู่บ้านของอำเภอกุดชุมจากข้อมูลทางเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ได้มีข้อเสนอต่อเกษตรกรอำเภอว่า ให้ยังยั้งการแจกจ่ายสารเคมีในพื้นที่เนื่องจากเป็นสารอันตราย และเป็นคำสั่งที่ขัดกับนโยบายจังหวัดที่กำหนดให้เป็นยุทศาสตร์เกษตรอินทรีย์ ไม่เห็นควรที่จะให้มีการนำสารเคมีมาใช้ในพื้นที่อำเภอกุดชุมและพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดยโสธร

เกษตรอำเภอแจ้งว่าไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หากเกษตรมีความประสงค์ดังกล่าว ต้องให้เกษตรกรไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ผู้ว่ามีคำสั่งและทางหน่วยงานจะได้ปฏิบัติตาม

วันที่ 19 ตุลาคม 2552  เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ยโสธร  จำนวน 20 คน ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแจกจ่ายสารเคมีกำจัดศรัตรูพืชในนาข้าวของทางราชการจำนวน 41 ตัน  ต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายชโลธร ผาโคตร  ซึ่งมีข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ดังนี้

  1. ให้ขนย้ายสารเคมี ที่นำเข้ามาในเขตจังหวัดยโสธร โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐหรือภาษีจากประชาชนออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
  2. ห้ามนำเข้าสารเคมีสังเคราะห์ไม่ว่าชนิดใดก็ตามเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร โดยผ่านทางนโยบายของรัฐ เพราะขัดแย้งกับยุทธศาสตร์การเกษตรของจังหวัดอย่างรุนแรง
  3. ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเป็นมาของโครงการนี้ ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์
  4. ให้ดำเนินการกับบุคคลที่กระทำอันเป็นการทำลายชาตินี้โดยเร็วที่สุด
  5. ออกกฎระเบียบจังหวัดของจังหวัดยโสธรในการควบคุมการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในระดับครัวเรือนและในระดับชุมชน เนื่องจากมีผู้ผลิตที่มีอยู่ใกล้เคียงแปลงที่ใช้สารเคมีได้รับผลกระทบจากมลพิษทางกลิ่น มลพิษทางน้ำและยังมีสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการทำลายฐานอาหารตามธรรมชาติและยังเป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค
  6. หากท่านไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น ภายในวัน เวลาดังกล่าวขางต้น ภายในวันเวลาที่กำหนดไว้ในแถลงการณ์นี้ พวกเราในนามประชาชนชาวจังหวัดยโสธรและองค์กรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์จะมาติดตามทวงถามการดำเนินการของท่านโดยเร็วที่สุด

และทางจังหวัดทำหนังสือรับว่าจะระงับยับยั้ง การแจกจ่ายสารเคมีดังกล่าวไว้ก่อนเพื่อรอการตรวจสอบความเป็นมาของสารเคมี จำนวน 41 ตัน และดำเนินการตรวจสอบพิจารณาแก้ไข ภายใน 7 วัน

วันที่ 21  ตุลาคม 2552 ตัวแทนเกษตรกรเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ จำนวน 5 รายและนายกสมาคมนักข่าวจังหวัดยโสธร ขอเข้าไปถ่ายรูปในโกดังเก็บของของสำนักงานเกษตร  แต่ทางเกษตรกรอำเภอไม่อนุญาตและแจ้งว่าจะดำเนินการเคลื่อนย้ายสารเคมีออกจากพื้นที่แล้ว  แต่ทางเกษตรกรขอต่อรอง เพื่อเก็บหลักฐานไว้ ที่สุดทางเกษตรกรอำเภอก็ยินยอมให้ตัวแทนเกษตรกรถ่ายภาพ

วันที่ 26 ตุลาคม 2552 ตัวแทนเกษตรกรจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ จำนวน 40 ไปสอบถามความคืบหน้า ในการดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว นาย เกษตรอำเภอกุดชุม ได้ออกมาชี้แจงแบบวกไปวนมา เกษตรกรได้รับคำตอบที่ไม่พอใจ โดยชี้แจงกับเกษตรกร ว่าสารเคมีดังกล่าว เป็นความผิดพลาดในการจัดส่งของทางบริษัท ซึ่งบริษัทฝากไว้ และขณะนี้ได้เตรียมการเคลื่อนย้ายไปแล้วและทางเกษตรอำเภอปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลถึงที่ไปที่มาของสารเคมีดังกล่าว ตัวแทนเกษตรกรไม่พอใจกับคำชี้แจง

 

จากเงื่อนปมที่น่าสงสัยดังกล่าวถึงที่มาที่ไปของสารเคมี และการให้ข้อมูลที่ไม่กระจ่าง จนเป็นที่มาของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552  ได้มีการลงเยี่ยมพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ที่ชมรมรักษ์ธรรมชาติ ต.นาโซ่ อ.กุดชุม นำโดย  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนราชการของจังหวัด อันประกอบไปด้วย สปก. ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด กรมประมง และหน่วยงานอื่นๆ   คุณชุติมา สามสี ตัวแทนเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ได้นำเสนอขบวนการพัฒนาระบบเกษตรอินทรีย์และการดำเนินงานด้านเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่     นายบุญส่ง มาตขาว ได้ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบกรณีสารเคมีอันตราย และสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งทางเครือข่ายต้องการความชัดเจนของโครงการโครงการที่จะนำเอาสารเคมีอันตรายลงมาในพื้นที่จังหวัดเกษตรอินทรีย์และกลุ่มได้มีข้อเรียกร้องต่อการดำเนินงานในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ดังนี้

  1. ให้มีการกำหนดมาตรการและแผนงานของหน่วยงานราชการระดับจังหวัด ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด ( เป็นเมืองน่าอยู่ นำเกษตรอินทรีย์สู่สากล)
  2. การจัดสรรงบประมาณ ของหน่วยงานให้สนับสนุนตรงไปยังกลุ่ม องค์กรเกษตรกร และองค์กรชุมชน โดยต้องยอมรับโครงการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาของชุมชน ทั้งนี้ต้องให้อำนาจกับองค์เกษตรกรในการจัดซื้อจัดจ้าง
  3. ให้หน่วยงานราชการมีการสนับสนุน ส่งเสริมการขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์ โดยให้มีแนวทางการดำเนินงานทั้งการสนับสนุนให้องค์กรเกษตรกรที่มีความพร้อม  และ หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์
  4. ให้มีการดำเนินตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการฯ  ดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงให้กลุ่มเกษตรกรและสาธารณชนได้รับรู้ หากพบว่ามีการทุจริต หรือการกระทำที่ขัดต่อระเบียบทางราชการขอให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ทางส่วนราชการหลายส่วนมาร่วมรับรู้สถานการณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางด้านนายอำเภอ

กุดชุม ได้ออกมายอมรับผิดและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับที่มาของสารเคมีและการดำเนินโครงการภัยพิบัติ ตามที่เครือข่ายเรียกร้องแต่อย่างใด

นายบุญส่ง มาตขาว  ประธานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน กล่าวว่า  “ในการ

ติดตามเรื่องนี้ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ที่โครงการภัยพิบัติ และที่มาที่ไปของสารเคมี  โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำอันเป็นการทำลายกระบวนการเกษตรอินทรีย์ที่พี่น้องได้ทำมาเป็น

ระยะเวลาสิบกว่าปี และจะต้องติดตามเรื่องกันต่อไป ”

ทางด้านนายอุบล อยู่หว้า ผู้ปฏิบัติงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า “  สะท้อนเจตนาของคนในระบบราชการที่ไม่สนใจ กิจกรรมหรืองานที่ทำอยู่ จะส่งผลกระทบอะไรต่อประชาชน เป้าหมายอยู่ที่การใช้งบประมาณ นายอำเภอแจ้งว่างบประมาณนี้เป็นภัยพิบัติ  เราจะติดตามเรื่องนี้และส่งเรื่องร้องเรียนไปยังองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ ไปยังคณะกรรมการสิทธิ ปปช. เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายกระบวนการเกษตรอินทรีย์ของชาวบ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์มากว่า 20 ปี ”

“ การใช้สารพิษ สารเคมี ที่ส่งผลกระทบ เช่น ฟูราดาน ที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม  การใช้สารเคมีในอเมริกาทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง  และที่ประเทศอเมริกา การใช้ฟูราดาน เป็นการผิดกฎหมาย   หน่วยงานทางด้านการเกษตรควรให้ชาวบ้านเลือกปัจจัยการผลิต ที่ปลอดสารเคมีและสนับสนุนเกษตรที่เหมาะกับนิเวศน์ท้องถิ่น   ”   Bennett Haynes อาสาสมัครจากประเทศอเมริกาเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน มีความเห็นต่อเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

เป็นที่น่าติดตามการดำเนินโครงการอันมีลักษณะเช่นนี้อย่างยิ่ง   ขณะที่ภาคประชาชนกำลังสร้างรูปธรรมการพึ่งตนเองในการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาภายนอก และรวมกันเป็นเครือข่ายสร้างลักษณ์ที่ดีเสริมภาพจังหวัดเกษตรอินทรีย์ แต่หน่วยงานรัฐกลับจัดทำโครงการนำเอาสารเคมีอันตรายลงมาในพื้นที่  และ ข้อเรียกร้องต่อการดำเนินงานในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ของเครือข่ายจะเป็นถูกนำมาดำเนินการ  ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัด  ยโสธร เมืองน่าอยู่ การเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ก้าวไกลสู่สากล หรือไม่

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: