เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

สารเคมีเกษตร : วิกฤติสังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนไทย

In Press Release on 24/11/2009 at 9:30 am

ปรากฏการณ์ที่เกษตรกรจากเครือข่ายชาวนาอินทรีย์จังหวัดยโสธรได้รวมตัวเขายับยั้งการแจกจ่ายสารเคมีการเกษตรประเภทดูดซึมภายใต้ชื่อการค้า ทาร์แดนนิซิน 6G ตราพระอาทิตย์ ซึ่งมีพิษร้ายแรงของอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมาตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชน ซึ่ง เจ้าหน้าที่ทางราชการกล่าวอ้างว่า มีโรคแมลงศัตรูพืชระบาด จึงจัดซื้อสารเคมีดังกล่าวด้วยงบประมาณภัยพิบัติของจังหวัดเป็นปริมาณมากถึง 41 ตัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ประจานความล้าหลัง มืด บอดของหน่วยงานราชการ ขณะเดียวกันก็สะท้อนความก้าวหน้าของฝ่ายชาวบ้านเกษตรกรซึ่งพวกเขาเรียนรู้ ภัยร้ายของสารเคมีการเกษตรมาจากประสบการณ์จริงในชีวิตจนได้ข้อสรุปแล้วปรับ เปลี่ยนแบบแผนการผลิต หันหลังให้กับสารพิษการเกษตรโดยใช้ความรู้ ภูมิปัญญาจากบรรพชนชาวนาผสมผสานกับเทคนิคอินทรีย์สมัยใหม่ ทำการผลิตในระบบอินทรีย์เชื่อมโยงกับพันธมิตรชาวนาและองค์กรผู้บริโภคทั่วโลก ขณะที่สัดาห์นี้ได้ปรากฏข่าว การจัดประชุมวิชาการอารักษ์ขาพืชของกลุ่มธุรกิจสารเคมีจากทั่วโลกได้จัดขึ้นที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 2426 พฤษจิกายน 2552 โดยได้รับความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร การ มารวมตัวขององค์กรธุรกิจสารเคมีการเกษตรกับกรมวิชาการเกษตร หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงต่อการควบคุมกำกับการค้าและการนำเข้า สารเคมีได้สะท้อนถึงความแปลกแยกและไม้นำพาต่อนโยบายระดับชาติซึ่งได้กำหนด ยุทธศาสตร์ให้เกษตรอินทรีย์เป็นวาระระดับชาติและยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของ จังหวัดต่างๆในภาคอีสานล้วนแต่กำหนดให้เกษตรอินทรีย์อยู่ในวิสัยทัศน์และยุทศาสตร์ของจังหวัด เช่น จังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดให้การพัฒนาเกษตรอินทรีย์อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ของจังหวัด จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดว่า “เมืองน่าอยู่ ประตูการค้า การท่องเที่ยวสู่ดินแดนขอมโบราณและนำการผลิตสินค้าอินทรีย์สู่ครัวโลก” ขณะที่วิสัยทัศน์ของจังหวัดยโสธรกำหนดว่า “ยโสธรเมืองน่าอยู่ การเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ก้าวไกลสู่สากล” และยังมียุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดอีกหลายเมืองในภาคอีสานที่กำหนดให้การพัฒนาเกษตรอินทรีย์เป็ยุทธศาสตร์สำคัญ การเคลื่อนไหวขององค์กรธุรกิจสารเคมีและหน่วยราชการที่รับผิดชอบต่อสารเคมี การเกษตรคือกรมวิชาการเกษตรอย่างคึกคัก สะท้อนถึงความไม่แยแสใส่ใจต่อแนวทางนโยบายของภาคราชการด้วยกันเองทั้งที่ เกษตรกรในหลายพื้นที่ได้สร้างรูปธรรมการผลิตอย่างยั่งยืนที่เป็นมิตรกับสภาพ แวดล้อมและเกื้อหนุนต่อระบบสุขภาพของชุมชนจำนวนหลายพันครอบครัวในภาคอีสานที่ทำการผลิตด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับมาตรฐานสากล สมควรที่หน่วยงานวิชาการของรัฐจะน้อมใจไปศึกษาเรียนรู้และขยายผล กลับยึดมั่นอยู่กับทิฐิวิชาการวิทยาศาสตร์เคมี ดำดิ่งสู่มืดบอดทางปัญญา

จากสถิติการนำเข้าสารเคมีการเกษตรในช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนกันยายน 2551 ที่ผ่านมา มีปริมาณมากกว่า 99 ล้านกิโลกรัม มีมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาท ปริมาณสารพิษจำนวนมหาศาลที่ถูกนำเข้ามาเพื่อการค้าขายทำกำไร แล้วสารเคมีเหล่านี้ก็ได้ราดรดลงบนพืชพันธุ์บนผืนดิน ปนเปื้อนอยู่ในดินน้ำ อากาศ สภาพแวดล้อม ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ย้อนกลับมาทำลายชีวิตมนุษย์ในที่สุด สารเคมีที่มีพิษรุนแรงที่ถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุผลความเป็นพิษร้ายแรงตกค้างในดินและแพร่กระจายในน้ำใต้ดิน มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์และขณะเดียวกันก็อยู่ในบัญชีที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย คือ สารคาร์โบฟูราน ซึ่งอยู่ในชื่อการค้าต่างๆมากมายวางขายอยู่เกลื่อนกลาด คาร์โบฟูรานมีสถิติการนำเข้าในปีที่ผ่านมา กว่า 10,000,000 กิโลกรัม (10,000 ตัน) พี่น้องเกษตรกรนำไปใช้ในนาข้าว กะหล่ำปลี ข้าวโพด พริก มะเขือ ถั่ว แตง จนกระทั่งหลายชีวิตหลายครอบครัว เจ็บป่วย ล้มตายไปกับการใช้สารเคมี ประชาชนทั่วไปตกอยู่ในความเสี่ยงจากห่วงโซ่อาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมี สภาพแวดล้อมที่ต้องรองรับ สารพิษการเกษตรเหล่านี้ ประเทศที่ร่ำรวยได้ย้ายฐานการผลิตสารเคมีเหล่านี้มาอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ที่กฎหมายยังหละหลวม คือ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าของประเทศไทย สะท้อนการเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างไม่เท่าเทียม เสมือนประชาชนไทยมีความเป็นคนน้อยกว่าประชาชนในยุโรปและอเมริกา เจ้าหน้าที่ทางการที่เกี่ยวข้องมักชี้แจงว่าประเทศเราจำเป็นต้องใช้สารเคมี ร้ายแรงเหล่านี้เพราะไม่มีสารอื่นทดแทน เป็นคำอธิบายที่เฉไฉและเบี่ยงเบนประเด็น การควบคุมกำกับสารเคมีควรตัดสินจากระดับความเป็นพิษและความร้ายแรงของสาร เคมี เราขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์ร้ายแรงทุกชนิด โดยเฉพาะสารเคมีที่ประเทศที่ตั้งของบริษัทผู้ผลิตประกาศเลิกใช้แล้วเช่นพาราครอท paraquat คาร์โบฟูราน carbofuran และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติบังคับใช้ตามระเบียบกฎหมายพรบ.วัตถุอันตรายโดยเคร่งครัดและโปร่งใส ออกมาตรการควบคุมการโฆษณาและการส่งเสริมการขายสารเคมี เราขอเรียกร้องให้เกษตรกรผู้บริโภค สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปได้ตอบโต้ต่อต้านต่อบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสารเคมีฆาตรกรอย่างขาดจริยธรรม ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างระบบอาหารและการบริโภคที่ปลอดภัยในท้องถิ่น ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับสารเคมีเพื่อสุขภาวะของสังคมโดยรวมสืบไป

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน พฤศจิกายน 2552

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: