เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

คุณค่าของข้าวพื้นบ้าน

In กรณีศึกษา, Farmers Groups on 21/07/2011 at 7:27 pm

ตอนที่ (1)

ข้าวพื้นบ้านมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

จากการสำรวจรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน และการศึกษาวิจัยของกลุ่มองค์กรชาวบ้านพบว่าข้าวพันธุ์พื้นบ้านมีลักษณะ และความหลากหลายที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกตามอายุของข้าวได้ 3 ช่วงอายุได้แก่ อายุเบา อายุปานกลาง และอายุหนัก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเฉพาะสายพันธุ์อีกเช่น ความทนแล้ง ทนน้ำท่วมและขึ้นน้ำหรือที่เรียกว่าข้าวลอย จากคุณสมบัติที่หลากหลายนี้ข้าวพื้นบ้านจึงมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่นิเวศน์ที่มีความแตกต่างกันตั้งแต่พื้นที่ทามน้ำท่วม พื้นที่ทุ่งราบ พื้นที่โคก และพื้นที่สูงไหลเขา รวมทั้งสภาพดินที่แตกต่างกันในแต่ละนิเวศน์ซึ่งได้มีการจำแนกความเหมาะสมของพันธุ์ข้าวพื้นบ้านกับลักษณะนิเวศน์นาในภาคอีสานดังนี้

                           พื้นที่ทุ่งราบ เป็นพื้นที่นาที่มีความเหมาะสมกับการปลูกข้าวมากเนื่องจากสภาพพื้นที่มีความราบเสมอกันมากที่สุดของนิเวศน์นาอีสาน  ในนิเวศน์นาทุ่งนั้น พบว่าชาวบ้านนิยมปลูกข้าวอายุปานกลาง เพราะเป็นพื้นที่ที่สามารถกักเก็บน้ำได้จนถึงช่วงอายุเก็บเกี่ยวข้าวกลาง คือ ประมาณเดือนพฤศจิกายน พบว่าข้าวที่ปลูกในพื้นที่ทุ่ง ได้แก่ ข้าวขาวกุง ข้าวสันป่าตอง ข้าวดอดำ ข้าวอีด่าง ข้าวเจ้าแดง ข้าวอีโต่น ข้าวอีตก ข้าวหอม ข้าวอีป้อม/ อีมอม ข้าวหมากโพธิ์ ข้าวเจ้าสะกุย ข้าวอีบิด ข้าวก่ำน้อย ข้าวดอน้ำผึ้ง ข้าวเจ้าพวงเงิน ข้าวอีแฮด ข้าวกำปั้น ข้าวเกล็ดหลิ่น ข้าวเจ้ามะลิหอม ข้าวนางนวล ข้าวตับเมย ข้าวโพธิ์คำ ข้าวทองธานี/ นางนี ข้าวเฟืองเหลือง ข้าวขี้ตมดอ ข้าวน้ำอ่าง ข้าวสะหนาย ข้าวดอกไม้ ข้าวอีมุม ข้าวอีพั่ว ข้าวกาบยาง ข้าวเจ้าเหลือง ข้าวเหลืองทอง และข้าวอู่คำ

                          พื้นที่นาโคกหรือนาโนน มีพื้นที่มากเป็นอันดับที่สองรองจากทุ่งราบ นาโคกหรือนาโนน นาชายป่าโคก มีลักษณะเป็นเนินสูงแล้วลาดเอียงลงสู่นาฮอมน้ำไหลผ่านจึงเก็บน้ำไม่ได้ดี นาโคกหรือนาโนนจึงปลูกข้าวอายุเบา และมีความต้องการน้ำน้อย ได้แก่ ข้าวดอปล้องแอ้ว ข้าวดอกึม ข้าวดอหิน ข้าวดอหมากขาม ข้าวเปิดน้ำ ข้าวบักหม่วย ข้าวอีเตี้ย ข้าวปลาเข็ง ข้าวปล้องอ้าว ข้าวดอฮี ข้าวขาวดอ ข้าวดอเย็น ข้าวฮ่าวแดง ข้าวดอดอกดู่ ข้าวหวิดหนี้ ข้าวดอดอกติ้ว ข้าวดอลาว ข้าวอีหนอนน้อย

                         พื้นที่นาทาม คือ ที่ราบน้ำท่วม และที่นาทามชายฝั่งน้ำหรือลำห้วย พื้นที่นาทามจะปลูกข้าวพันธุ์หนัก ข้าวขึ้นน้ำ และทนน้ำท่วม ได้แก่ ข้าวจ้าวลอยและข้าวเหนียวลอย

                         พื้นที่นาฮอม หมายถึง พื้นที่นาที่ลาดเอียงลงจนถึงที่ลุ่มต่ำตรงกลางระหว่างที่โนน 2 ด้าน นาฮอมจะปลูกข้าวอายุปานกลางและข้าวหนักตามสภาพความสูงต่ำของพื้นที่ พันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่ปลูก ได้แก่ ข้าวขาวกุง ข้าวขาวใหญ่ ข้าวขี้ตมใหญ่ ข้าวพม่า ข้าวคำผาย ข้าวแดงซวง ข้าวขาวขน ข้าวหวายเวียง ข้าวก่ำใหญ่ ข้าวอีด่าง ข้าวสันป่าตอง ข้าวเจ้าพวงเงิน

                        พื้นที่สูงหรือพื้นที่เชิงเขา เป็นพื้นที่ลาดเอียงตามเชิงเขา หรืออยู่ในพื้นที่สูงมีความลาดเอียงมาก ทำให้ดินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ดี จึงทำให้เกษตรกรต้องเลือกปลูกข้าวอายุเบา และมีความทนแล้ง ได้แก่ข้าวไร่ เช่น ข้าวหมากข่วง(มังกรแดง) ข้าวแผ่แดง ข้าวสายัญ ข้าวปลาซิว

กรณีศึกษาข้าวพันธุ์พื้นบ้านที่ยังคงเหลืออยู่ในพื้นที่ 3 ชุมชนของตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม[1] ส่วนใหญ่พบเป็นข้าวพันธุ์เบา คือ ข้าวป้องแอ้ว ข้าวดอใหญ่ ข้าวดอขาว ข้าวดอดูกงู ข้าวดอฮี และพันธุ์ข้าวไร่อีก 1 สายพันธุ์ คือข้าวพันธุ์ฮ้าวแดง นอกจากนี้ยังพบข้าวขึ้นน้ำอีกคือ ข้าวเหนียวลอย ในบ้านโนนยาง ข้าวจ้าวลอยในบ้านกุดหิน สาเหตุที่ข้าวเบาและข้าวขึ้นน้ำยังคงอยู่ เนื่องจากข้าวพันธุ์ปรับปรุงใหม่ไม่เหมาะสมกับสภาพนิเวศน์นาโคกและไม่สามารถทนกับสภาพน้ำท่วมสูงของพื้นที่ได้ นอกจากนี้การศึกษาข้าวพันธุ์พื้นบ้านที่มีอายุการเก็บเกี่ยวปานกลาง พบว่าเหลืออยู่น้อยมากพบเพียง 3 ครอบครัวที่ปลูกอยู่ได้แก่ ข้าวกุง ข้าวอีแฮด ข้าวสันป่าตอง โดยให้เหตุผลตรงกันว่าเป็นข้าวที่เหมาะสมกับนา และให้ผลผลิตสูงจึงปลูกมาเรื่อยๆไม่เคยทิ้งสายพันธุ์เดิม และยังมีบางครอบครัวที่พยายามทำการทดลองปลูกข้าวพื้นบ้านเปรียบเทียบหาความเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ที่ปลูกเป็นพื้นที่นาโคก ดินทราย มีน้ำขังน้อย เช่นกรณี ครอบครัวนายวรรณา ทองน้อย นักพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน แห่งบ้านกำแมดหนึ่งในทีมวิจัย เล่าว่า แต่ก่อนปลูกข้าว กข.15 แล้วนำข้าวมะลิแดงไปปลูกในจำนวนเท่ากัน พื้นที่เดียวกันจำนวน 8 ไร่ ผลปรากฏว่า ข้าวมะลิแดงเจริญเติบโตดีกว่า แตกกอดีกว่า ข้าวหักน้อยกว่าผลผลิตได้มากกว่า จึงเป็นเหตุผลในการเลือกพันธุ์ข้าวพื้นบ้านมาปลูกแทน  อีกกรณีหนึ่งคือ ครอบครัวพ่อบุญสงค์ ทองน้อย บ้านกำแมด ที่พยายามค้นหาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีพื้นที่เป็นลักษณะลาดเอียงมีพื้นที่สูงหรือนาโนนอีกด้านหนึ่ง แต่ก่อนปลูกข้าวพันธุ์ กข.15 ต่อมาได้นำพันธุ์ข้าวมะลิแดงไปปลูกในพื้นที่เดิม ปรากฏว่าข้าวเจริญเติบโตดีกว่า ทนต่อความแห้งแล้งดีกว่า แตกกอดีกว่าและได้ผลผลิตมากกว่าจึงทำให้เลือกพันธุ์ข้าวมะลิแดงปลูกแทน


[1] ดาวเรือง พืชผล และคณะ (2553) โครงการวิจัยเรื่องการศึกษาพันธุกรรมข้าวพื้นบ้าน เพื่อการขยายผลผลิตข้าวสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ในเขตพื้นที่บ้านกุดหิน  บ้านกำแมด  บ้านโนนยาง  ตำบลกำแมด  อำเภอกุดชุม  จังหวัดยโสธร

Advertisements
  1. เดี๋ยวนี้ ข้าวนาปี กำลังจะหมดไป เข้ามาแทนที่ด้วยข้าวนาปรัง หรือข้าวอายุสั้น ที่ไม่ไวแสง ทำให้ข้าวพื้นเมืองเริ่มสูญหายไปเรื่อย น่าเสียดายมาก

  2. กลุ่มงานนักอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้าน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสานยังมีการรวบรวม และอนุรักษ์ข้าวพื้นบ้านไว้หลายสายพันธุ์ครับ แต่ละปีก็จะมีการนำมารณรงค์เผยแพร่ให้กับเกษตรกร และองค์กรที่สนใจนำไปขยายในเครือข่ายครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: