เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน

คุณค่าของข้าวพื้นบ้าน

In กรณีศึกษา, Farmers Groups on 03/08/2011 at 1:26 pm

(ตอน 3)

ข้าวพื้นบ้านกับการแปรรูป

ความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าว และคุณสมบัติเฉพาะของข้าวพื้นบ้านแต่ละสายพันธุ์ส่งผลสืบเนื่องมาสู่ความหลากหลายของอาหารด้วย การนำข้าวพื้นบ้านมาแปรรูปเป็นอาหารชนิดอื่น ทั้งเพื่อการถนอมอาหาร การเพิ่มรสชาติและรูปแบบในการบริโภคให้หลากหลายขึ้นรวมทั้งเป็นการฟื้นฟูภูมิปัญญาเกี่ยวกับการแปรรูปข้าวของชุมชนด้วย เช่น

               การทำขนมจากข้าวพื้นบ้าน การแปรรูปในสมัยก่อนนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่มีการแปรรูปเฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น การเลือกข้าวแต่ละสายพันธุ์ก็มีความสัมพันธ์กับการทำขนมหรือใช้ในงานบุญหรือพิธีกรรมต่างๆ เช่น การทำข้าวจี่ การทำขนมจีน ข้าวต้มในงานบุญ เพื่อเอาไปทำบุญที่วัดและแบ่งปันญาติ ตัวอย่างการแปรรูปข้าวพื้นบ้าน เช่น ข้าวเจ้าแดงแปรรูปเป็นขนมจีน ข้าวเหนียวขี้ตมใหญ่

แปรรูปเป็นสาโท ข้าวเหนียวอีหนอนน้อยเป็นข้าวเกรียบว่าว ข้าวเหนียวเล้าแตกแปรรูปเป็นขนมนางเล็ดข้าวเหนียวขี้ตมใหญ่ทำข้าวต้มมัด  ข้าวเหนียวอีโพน ในการทำข้าวเม่า ปัจจุบันนอกจากการแปรรูปข้าวทำขนมหรืออาหารในงานบุญประเพณีต่างๆ หลายกลุ่มได้พัฒนางานแปรรูปข้าวพื้นบ้านขึ้นเป็นกิจกรรมการเสริมรายได้ของกลุ่ม เช่น กลุ่มแม่บ้านของบ้านกุดหิน กำแมด และโนนยาง ใช้ข้าวเจ้าแดงในการแปรรูปเป็น ขนมจีน โดยเฉพาะ ขายในหมู่บ้าน ซึ่งนอกเหนือจากคุณสมบัติในการแปรรูปได้หลากหลายชนิด รวมถึงการหุงเพื่อการบริโภคก็ยังหุงขึ้นหม้อและได้รสชาติดีกว่าข้าวหอมมะลิ

             การทำเหล้าพื้นบ้านที่หมักจากข้าว  ในอดีตการทำเหล้าพื้นบ้านนั้นมีเป้าหมายทางวัฒนธรรมความสัมพันธ์ การประหยัดเท่านั้น เช่น ชาวบ้านนิยมหมักเหล้าพื้นบ้านไว้เลี้ยงแขกในการลงแขกเกี่ยวข้าว หรือไว้ต้อนรับญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมเยือน และเมื่อมีงานบุญ ข้าวที่นิยมหมักเหล้า คือข้าวขี้ตมใหญ่ เนื่องจากรสชาติดี (บ้านกำแมด) ส่วนบ้านกุดหิน นิยมใช้ ข้าวขาวใหญ่และขาวกุง ในการทำเหล้าพื้นบ้าน เพราะข้าวทั้งสองชนิด เป็นข้าวประจำบ้านกุดหิน ส่วนบ้านโนนยางมีความใกล้เคียงกับบ้าน กุดหินและบ้านกำแมด แต่ชาวบ้านนิยม ใช้ข้าวก่ำ หมักเหล้าเพราะเชื่อว่า เหล้าจากข้าวก่ำเมานานกว่าข้าวชนิดอื่น

              การขายข้าวกล้อง ข้าวพื้นบ้านของกลุ่มเกษตรกรรายย่อย เกษตรกรหลายกลุ่มที่มีการส่งเสริมการอนุรักษ์ และขยายการปลูกข้าวพื้นบ้านได้เริ่มการแปรรูปข้าวพื้นบ้านขายในรูปข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก และข้าวฮาง โดยขายให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจรักษาสุขภาพจากข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ที่มีการศึกษาค้นคว้าคุณสมบัติของข้าวพื้นบ้าน การขายรายย่อยของกลุ่มเกษตรกรยังเป็นการเพิ่มมูลค่าข้าวให้กับชาวบ้านเองเนื่องจากชาวบ้านสามารถกำหนราคาขายข้าวได้เอง นอกจากนี้ยังเป็นการวางแผนการจัดการผลผลิตของเกษตรกรเอง ซึ่งจากการรวมกลุ่มการขายข้าวของเกษตรกรในหลายพื้นที่ยังพบว่าสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ต่อเนื่องมากกว่าการขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีครั้งเดียว แต่การขายข้าวพื้นบ้านยังจำกัดเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะ ซึ่งจากประสบการณ์การขายข้าวของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพื้นบ้านบ้านโนนยาง ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ได้ให้ข้อมูลว่ากลุ่มสามารถขายข้าวได้มากกว่ากิโลกรัมละ 50 – 60 บาท (ข้าวกล้อง) โดยขายตรงให้กับผู้บริโภคที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีการขายผ่านกิจกรรมตลาดนัดทางเลือกเพื่อสุขภาพ (ตลาดนัดสีเขียว) ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่มีตลาดนัดเช่น สุรินทร์ ยโสธร มหาสารคาม ทุ่งกุลาร้องไห้ (อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด) และขายผ่านกิจกรรมรณรงค์ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งแต่ละพื้นที่นอกจากทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกษตรกรได้พบปะ แลกเปลี่ยนและวางแผนการดำเนินงานร่วมกันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรอีกทาง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: